ค่าเงินบาทเปิดตลาด แข็งค่าเล็กน้อย ตลาดเงียบรอรายงานเฟด
ค่าเงินบาทเปิดเช้านี้ ที่ระดับ 34.36 บาทต่อดอลลาร์ “แข็งค่าเล็กน้อย” จากปิดวันก่อนหน้าที่ 34.42 บาทต่อดอลลาร์ มองกรอบวันนี้ 34.25-34.50 บาท/ดอลลาร์
แนวโน้มค่าเงินบาทแข็งค่าขึ้นเล็กน้อย จากการย่อตัวลงเล็กน้อยของเงินดอลลาร์ แต่ตลาดยังกังวลแนวโน้มการเดินหน้าขึ้นดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐ(เฟด) โดยนักลงทุนในตลาดรอติดตามแนวโน้มเศรษฐกิจสหรัฐฯ และภาพอัตราเงินเฟ้อ PCE สหรัฐฯ (ในช่วงวันศุกร์นี้) ซึ่งเงินบาทอาจผันผวน sideways ในกรอบ 34.25-34.60 บาทต่อดอลลาร์ไปก่อน
นอกจากนี้ แรงขายสินทรัพย์ไทยจากนักลงทุนต่างชาติที่ยังมีอยู่ ก็อาจทำให้เงินบาทยังไม่สามารถแข็งค่าไปมากกว่าโซนแนวรับ
การเคลื่อนไหวค่าเงินบาทเช้านี้นายพูน พานิชพิบูลย์ นักกลยุทธ์ตลาดเงินตลาดทุน Krungthai GLOBAL MARKETS ธนาคารกรุงไทย กล่าวว่าตลาดการเงินฝั่งสหรัฐฯ ปิดทำการเนื่องในวันหยุด President’s Day ทำให้ปริมาณการซื้อขายในตลาดการเงินอาจเบาบางลง ทว่า นักลงทุนในตลาดจะรอจับตาแนวโน้มเศรษฐกิจสหรัฐฯ ผ่านรายงานดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อภาคการผลิตอุตสาหกรรมและภาคการบริการ (S&P Global Manufacturing & Services PMIs) ในวันนี้ รวมถึงรายงานผลประกอบการของบรรดาบริษัทจดทะเบียน
ในฝั่งตลาดหุ้นยุโรป ดัชนี STOXX600 รีบาวด์ขึ้นเล็กน้อย +0.07% หนุนโดยการปรับตัวขึ้นของหุ้นกลุ่มเหมืองแร่ (Mining) อาทิ Anglo American +4.0% ตามการปรับตัวขึ้นของราคาโลหะพื้นฐาน ท่ามกลางความหวังการฟื้นตัวต่อเนื่องของเศรษฐกิจจีน อย่างไรก็ดี ตลาดหุ้นยุโรปยังถูกกดดันจากความกังวลแนวโน้มการเดินหน้าขึ้นดอกเบี้ยต่อเนื่องของบรรดาธนาคารกลางหลัก ทำให้หุ้นกลุ่มเทคฯ และหุ้นสไตล์ Growth ยังคงปรับตัวลดลง (Amadeus IT -2.0%, ASML -1.1%)
ในฝั่งตลาดค่าเงิน เนื่องจากปริมาณการทำธุรกรรมที่เบาบางในช่วงวันหยุดของฝั่งสหรัฐฯ ทำให้เงินดอลลาร์เคลื่อนไหวผันผวนในกรอบ Sideways โดยล่าสุด ดัชนีเงินดอลลาร์ (DXY) แกว่งตัวใกล้ระดับ 103.9 จุด
อย่างไรก็ดี เงินดอลลาร์ยังคงได้แรงหนุนจากมุมมองของผู้เล่นในตลาดที่ยังคงคาดหวังการเดินหน้าขึ้นดอกเบี้ยต่อเนื่องของเฟด ส่วนในฝั่งราคาทองคำ ปริมาณธุรกรรมในตลาดที่เบาบางเนื่องจากวันหยุดในฝั่งสหรัฐฯ ทำให้ราคาทองคำ (สัญญาทองคำตลาด COMEX ส่งมอบเดือน เม.ย.) แกว่งตัว Sideways ในกรอบใกล้ระดับ 1,850 ดอลลาร์ต่อออนซ์ จนกว่าจะมีปัจจัยใหม่ๆ เข้ามา
สำหรับวันนี้ นักลงทุนรอประเมินแนวโน้มเศรษฐกิจหลัก ทั้งในฝั่งสหรัฐฯ ยุโรป และญี่ปุ่น ผ่านรายงานดัชนี PMI ภาคการผลิตอุตสาหกรรมและภาคการบริการในเดือนกุมภาพันธ์ โดยบรรดานักวิเคราะห์ต่างประเมินว่า ดัชนี PMI ทั้งภาคการผลิตและภาคการบริการของบรรดาเศรษฐกิจหลัก มีแนวโน้มปรับตัวดีขึ้นจากเดือนก่อนหน้า ท่ามกลางการฟื้นตัวเศรษฐกิจที่ยังคงสดใส โดยเฉพาะในฝั่งการจ้างงานที่ยังคงแข็งแกร่ง
หากรายงานดัชนี PMI ของสหรัฐฯ ปรับตัวขึ้นต่อเนื่องและดีกว่าคาด ก็อาจทำให้ผู้เล่นในตลาดยังคงกังวลแนวโน้มการเดินหน้าขึ้นดอกเบี้ยของเฟด จากภาพเศรษฐกิจสหรัฐฯ ที่ยังคงสดใสและไม่ได้ชะลอตัวลงชัดเจนอย่างที่ตลาดเคยประเมินก่อนหน้า
BTC
ETH
DOGE
ADA
BNB
KUB